Student Pilot Thailand EXAM Bangkok Airways Thai Airasia Thai lion Air Nok Air Thai Smile

ขั้นตอนการสมัคร Student Pilot การบินไทย

ข้อสอบนักบิน ความรู้การบิน

ขั้นตอนการสมัคร Student Pilot การบินไทย

สวัสดีครับ วันนี้เราจะมาบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับขั้นตอนการสมัคร Student Pilot การบินไทย อย่างละเอียดว่า กว่าจะได้เป็น Student Pilot  จะต้องผ่านขั้นตอนใดๆบ้าง ถ้าพร้อมแล้วเตรียมสมุดปากกาจดให้ดีๆแล้วไปเริ่มกันเลย

Student Pilot ทุนการบินไทย ดีอย่างไร?

เป็นคำถามที่ใครหลายๆคนสงสัยและถามกันเข้ามาเยอะมากๆครับเกี่ยวกับ Student Pilot Thai Airway

หลักการง่ายๆ ที่อธิบายถึง SPTG ได้อย่างชัดเจนเลยมีอยู่ 3 ข้อ คือ

  1. มีเงินเดือนให้ใช้ระหว่างเรียน
  2. ค่าเรียนฟรี
  3. เรียนจบสามารถทำงานเป็นนักบินของสายการบินได้เลย

คือปกติแล้วเนี้ย SP สายการบินอื่นๆจะเป็นการกู้เงินเรียน ซึ่งค่าเรียนอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านบาท  โดยบริษัทจะเป็นผู้ค้ำประกันให้ตอนกู้ แต่ขอบอกไว้เลยว่า SP ของการบินไทยเป็นทุนฟรี ที่ฟรีจริงๆ ใช้ระยะเวลาศึกษาเพียงแค่ 1 ปี แต่มีข้อแลกเปลี่ยนที่จะต้องทำงานใช้ทุนตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา ซึ่งเป็นเครื่องหมายการันตีเลยว่าเรามีงานทำแน่นอน โดยจะถูกส่งไปฝึกบินที่สถาบันการบินพลเรือน หัวหินหรือกทม

เกริ่นมาซะยืดยาวมาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับ อันดับแรกเราจะต้องตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครกันก่อนนะครับ

  1. ตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร Student Pilot เบื้องต้น

แน่นอนว่าก่อนที่เราจะสมัครเรียน เราต้องตรวจสอบคุณสมบัติการรับสมัครก่อน ซึ่งการบินไทยได้ระบุการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร Student Pilot เบื้องต้น ตามนี้

  • ผู้ชาย สัญชาติไทย ไม่เกิน 30 ปีบริบูรณ์
  • ผ่านการเกณฑ์ทหารเรียบร้อย
  • ส่วนสูง ≥ 165 cm.
  • คะแนนภาษาอังกฤษ Toeic ≥ 650 หรือ Thai TEP ≥ 63

เพิ่มเติมคุณสมบัตินิดหน่อย สำหรับน้องๆที่จบปริญญาตรีไม่ว่าจะสาขาวิชาใด สถาบันไหนก็สามารถสมัครได้ โดยไม่กำหนดเกรดขั้นต่ำกันเลยทีเดียว หากคุณสมบัติตรงตามที่ระบุไว้ก็ไปดาวน์โหลดใบสมัครกันเล้ยยยย

2.การสอบข้อเขียน Student Pilot การบินไทย

  • เข้าไปที่ website tgpilotrecruitment.com
  • หลังจากสมัครเรียบร้อย ปริ๊นใบสมัครเพื่อไปชำระเงิน 1,000 บาท ที่ ธ.กรุงไทย
  • นำหลักฐานการสมัครมายื่นด้วยตนเองที่ บ.การบินไทย (สำนักงานใหญ่) ทุกวันยกเว้นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์

3. การสอบข้อเขียน Student Pilot การบินไทย

การสอบข้อเขียนจำทำการสอบที่ บ.การบินไทย (สำนักงานใหญ่) ซึ่งรายวิชาที่จะใช้ในการสอบแบ่งออกเป็น 2 หัวข้อ

  • ความรู้พื้นฐานด้านการบินและเครื่องบิน,ความรู้ทั่วไป,ความรู้เกี่ยวกับ บ.การบินไทย , คณิตศาสตร์,ตรรกศาสตร์และวิทยาศาสตร์
  • Basic Aptitude Test เช่นการหมุนรูป,การต่อจิ๊กซอ,การเดินจุด,มองภาพ3มิติ,ความจำ,การคิดวิเคราะห์เชิงเหตุผล เป็นต้น

    4. การสอบสัมภาษณ์ Student Pilot การบินไทย

    หลังจากประกาศรายชื่อผู้ผ่านข้อเขียนแล้ว น้องๆที่มีรายชื่อจะต้องเตรียมตัวเข้าสู่ขั้นตอนการสอบสัมภาษณ์ ส่วนแนวทางที่จะต้องเตรียมตัว เราได้รวบรวมมาไว้ให้แล้วครับ

    • ด้านคณิตศาสตร์ บวก ลบ คูณ หารเลข สลับกับการพูดคุยทั่วไปเพื่อดูไหวพริบในการตอบ
    • สัมภาษณ์ภาษาไทย หรือถามไทยตอบไทย ถามอังกฤษตอบอังกฤษ
    • เล่นเกมส์ เช่น จำชุดตัวเลข จำรูปภาพตามตำแหน่งแล้วคั่นด้วยการทำกิจกรรมอื่นก่อนตอบคำถาม จะดูคะแนนรอบแรกว่าเราอ่อนวิชาไหน จะโดนถามวิชานั้นเยอะ
    • ให้ผู้สมัครถามคำถามที่อยากรู้

      5. การตรวจร่างกาย

    เมื่อผ่านการสอบสัมภาษณ์แล้ว ผู้สมัครจะต้องเข้ารับการตรวจร่างกายที่สถาบันเวชศาสตร์การบินกองทัพอากาศ รพ.ภูมิพล หรือที่ทั่วไปเรียกการตรวจนี้ว่า Medical Class1 เป็นการตรวจที่ค่อนข้างละเอียดพอสมควร โดยมีรายการดังนี้ครับ

    เวชศาสตร์การบิน (Aviation Medicine) คือการแพทย์เฉาะทางที่รวมเอา ศาสตร์ทางการแพทย์เฉพาะทางที่รวมเอา ศาสตร์ทางการแพทย์ด้านเวชศาสตร์ป้องกัน อาชีวเวชศาสตร์ เวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม อายุรศาสตร์ผนวกกับ ศาสตร์ทางสรีระวิทยาและจิตเวชเข้าด้วยกันโดยให้ความสำคัญกับสุขภาพและความปลอดภัยของทั้งผู้ปฏิบัติงานในอากาศและผู้โดยสารและใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกคนเข้ามาทำการบิน ซึ่งการคัดเลือกดังกล่าวจะช่วยลดอากาศยานอุบัติเหตุและงบประมาณด้านสาธารณสุขได้อีกทางหนึ่ง

    ปัจจุบันมีสองที่หลักๆครับครับที่มีการตรวจเวชศาสตร์การบินและโรงเรียนการบินจับส่งตรวจคือ เวชศาสตร์การบินโรงพยาบาลภูมิพลและเวชศาสตร์การบินโรงพยาบาลกรุงเทพฯ การจะไปตรวจได้ต้องได้รับการส่งตรวจจากโรงเรียนการบินหรือต้นสังกัดเท่านั้นครับไม่มีการไปขอตรวจก่อนหรืออยากตรวจเอง

    ในส่วนนี้เราจะมาพูดถึงการตรวจร่างกายก่อนครับ การตรวจร่างกายก็คือการดูภาพรวมของร่างกายเราว่ามีความพร้อมในการบินหรือไม่ และร่างกายสามารถทนทานสภาพแวดล้อมที่ต่างจากระดับพื้นโลกได้แค่ไหน โดยประเมินจากสภาวะเบื้องต้นของร่างกายในการตรวจร่างกาย ก็คล้ายๆการตรวจเพื่อเข้าทำงานสมัครงาน ผู้เข้ารับการตรวจจะต้องอดอาหารและน้ำหลังสี่ทุ่มเพื่อเข้าตรวจแปดโมงเช้าวันรุ่งขึ้นโดยขั้นตอนมีดังนี้

    • การทำประวัติ ตรงนี้ผู้เข้ารับการตรวจจะต้องกรอกเอกสารสำหรับการตรวจในส่วนต่างๆ โดยคำถามจะถามถึงตัวผู้ตรวจและคนในครอบครัว เช่น เคยเป็นโรคไข้ละอองฟาง วัณโรค หรือคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจหรือไม่ ซึ่งคำถามดังกล่าวเป็นการถามเพื่อประเมินความเสี่ยงที่ผู้ตรวจเองอาจจะเป็นพาหะนำโรคหรือผลจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ที่อาจจะพบได้จากการตรวจของเราเอง เขาจะได้ไม่ตกใจ (คือหมอคนที่อ่านผลเขาจะได้รู้ไว้ว่าค่าในร่างกายบางตัวอาจสูงผิดปรกติเพราะพันธุกรรม หรือเคยเป็นโรคอะไรมา ไม่ได้เป็นเรื่องที่เอาไปจับให้ตก)
    • การเก็บปัสสาวะ เจาะเลือด หลังจากที่อดอาหารและน้ำมาแปดชั่วโมง ค่าที่ตรวจตรงนี้สามารถแปรผลได้มากมายครับจากการวัดค่าต่างๆในเลือด และปัสสาวะเพื่อดูความผิดปกติของร่างกาย เช่น ภาวะในเลือด การติดเชื้อ การทำงานของตับ ไต การดูดซึมในร่างกายและโรคติดต่อต่างๆเช่นซิฟิลิส ตับอักเสบและ HIV
    • ตรวจเอ๊กซ์เรย์ปอด เพื่อดูรูปร่างของปอด กระบังลม หลอดลมและความผิดปกติในร่างกายโดยส่วนที่เป็นอากาศจะมีสีดำ ส่วนที่มีแคลเซียมจะมีสีขาวครับ ซึ่งพบในเนื้อเยื่อและกระดูก ซึ่งพอจะประเมินสภาพปอดได้ โดยเฉพาะผู้ที่สูบบุหรี่มากอาจเห็นร่องรอยได้ชัด
    • ตรวจการได้ยิน เป็นห้องเก็บเสียงไร้เสียงสะท้อน ผู้เข้าตรวจจะใส่หูฟังและมือจะถือปุ่มกดไว้ เจ้าหน้าที่จะส่งคลื่นความถี่แบบ pure tone มาในย่านความถี่ต่างๆ ส่วนใหญ่ความดังไม่ค่อยมาก เสียงจะดัง “วี๊ๆๆ” อยู่ในหู หากเราได้ยินเสียงให้กดปุ่มตามเสียงที่ได้ยิน
    • ตรวจตา จะแบ่งเป็นสองส่วนคือการตรวจสภาพของดวงตาด้วย slit lamp ตรวจความดันลูกตา และตรวจสภาพการมองเห็น ตรวจตาบอดสี ตรวจลานสายตา จุดรวมสายตา ตรวจตาเหล่ การะระยะความลึก หากมีสายตาสั้น ยาว เอียง แล้วต้องใส่แว่นหรือคอนแทคเลนส์จะเพิ่มการวัดค่าสายตาเข้ามาด้วย ถึงแม้ว่าจะใส่เฉพาะเวลา คนที่ทำเลสิกเกิน 1 ปีให้ใบรับรองแพทย์มายืนยันด้วย

    ในเรื่องของสายตา หลายๆคนกังวลว่าสั้นเท่าไหร่ถึงเป็นนักบินได้ เมื่องานOpen House ของ RSAC หมอมาโนชญ์ และหมอกบ จากเวชศาสตร์การบินมาให้ข้อมูลเรื่องสายตาว่า กรมการบินพลเรือน ให้หลักเกณฑ์ในการตรวจคือ ตรวจครั้งแรกไม่เกิน +3 ถึง -3 ไดออฟเตอร์ (สั้นยาวไม่เกิน 300) เอียงไม่เกิน 2 ไดออฟเตอร์ (เอียงไม่เกิน 200) ส่วนตรวจครั้งต่อๆไปหรือเมื่อเป็นนักบินแล้ว ไม่ควรเกิน +5 หรือ -5 ไดออฟเตอร์ ทางกรมฯไม่ได้ห้ามให้นักบินใส่แว่นครับแต่ต้องมีแว่นสำรองอีกอันติดตัวเอาไว้ ส่วนทำเลสิกก็ไม่ได้ห้ามแต่ก่อนทำต้องไม่เกิน 500 และหลังทำต้องมีสายตาคงที่ใน 1 ปี และมีค่ากระจายแสงที่เหมาะสม  ทั้งนี้เป็นข้อกำหนดของกรมฯ สายการบินมีสิทธิ์ที่จะตั้งมาตรฐานให้สูงกว่าได้ โดยสายการบินมักจะมีมาตรฐานของตัวเองอยู่ซึ่งมักจะสูงกว่า และให้เวชศาสตร์การบินเป็นผู้ตรวจ ดังนั้นข้อกำหนดสายตาและการตรวจอื่นๆ จึงเป็นมาตรฐานของสายการบินไม่ใช่กรมฯ ส่วนใครที่ทำเลสิกมาสายการบินไม่มีข้อห้ามเพียงแค่ต้องมากกว่า 1ปีขึ้นไปและมีใบรับรองแพทย์มายืนยันค่าสายตาด้วย

    • ตรวจฟัน ดูตำหนิบนฟัน(ทางทันตกรรม) ว่ามีตำหนิอะไรบ้าง เช่น ฟันซี่ไหนเคยถอนออก เคยอุด หรือหากมีฟันผุ หินปูนหรืออาการในช่องปากหมอก็จะแนะนำให้ไปรักษาเพื่อไม่ให้รบกวนต่อการบิน
    • ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ EKG เป็นการตรวจเพื่อดูความเสี่ยงของโรคต่างๆ เช่น โคเรสเตอรอล(ร่วมกับผลเลือด) เบาหวาน โรคอ้วนและอาหารของหัวใจ เช่น หัวใจโต ลิ้นหัวใจตีบ โดยทั้งหมดหากไม่ร้ายแรงจะเป็นแค่คำเตือนเพื่อให้รักษาสุขภาพต่อไป
    • ตรวจสรีระ จะมีการชั่งน้ำหนักวัดส่วนสูง ตรวจการเคลื่อนไหวของร่างกายในท่าทางต่างๆและตรวจริดสีดวง ภาวะ Cryptochidism หรือลูกอัณฑะไม่ลงถุง ซึ่งอาจจะเกิดจากพันธุกรรมหรือมะเร็งบางชนิด ถ้าหากตรวจที่รพ.ภูมิพล จะให้ยืนยกแขนกางนิ้วหุบนิ้ว เขย่งปลายเท้าแล้วย่อ ก้มแตะ โดยจะดูลักษณะการผิดปกติในการเคลื่อนไหว ส่วนถ้าไปตรวจที่ รพ.กรุงเทพ จะให้นอนเข่าชิดอก แล้วไอแรงๆ เพราะเวลาไออัณฑะจะหดตัว นอกจากนี้ยังมีการตรวจความยาวช่วงขา ช่วงเข่า ความสูงขณะนั่ง การหายใจความจุปอดและทดสอบความแข็งแรงของปอดโดยการเป่าลมผ่านเครื่องวัด เป็นต้น

    สุดท้ายก็มาพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ดูผลภาพรวม และซักถามนิดหน่อย หากผิดปกติก็อาจจะมีการนัดเพื่อมาตรวจอีกครั้ง

    Cr. เพจกว่าจะเป็นนักบิน The Pilot’s  story by Student Pilot (RSAC007)

    1. ขั้นตอนส่งเอกสาร

    ก่อนที่จะไปสู่รอบ Pilot Aptitude Test ผู้สมัครจะต้องยื่นเอกสารด้วยตนเองที่ บ.การบินไทย(สำนักงานใหญ่) ส่วนเอกสารที่ใช้ประกอบ คือ

    • รูปถ่ายสี 1 นิ้ว (ถ่ายไม่เกิน 3 เดือนนับตั้งแต่วันที่สมัคร)
    • สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ใบรับรองผ่านการเกณฑ์ทหาร (สด.8 หรือ สด.43) Transcript ใบสำเร็จการศึกษา Toeic Score หรือ Thai TEP Score

      6. Pilot Aptitude Test

    • Written Test (Group Test)

    มาสู่รอบที่ทุกคนรอคอยแล้วครับ รอบที่ค่อนข้างสำคัญ คือ Written Test (Group Test) เป็นการสอบข้อสอบ Paper Aptitude Test คล้ายรอบแรกมีประมาณ 10 ชุดและจะกำหนดเวลาในแต่ละชุดด้วย ซึ่งจำนวนข้อสอบและเวลาในแต่ละชุดไม่เท่ากัน ตัวอย่างเช่น Serie Picture Short term memory(จำเรื่อง จำภาพ จำตาราง) หมุนรูป ต่อจิ๊กซอ เป็นต้น ต้องบอกให้เตรียมตัวกันก่อนเลยว่ารอบนี้สอบทั้งวันจริงๆ ดังนั้นแล้วใครที่ผ่านเข้ารอบนี้มาได้ขอให้เตรียมตัว เตรียมสมาธิและเตรียมใจกันมาเยอะๆนะครับ

    • Teamwork

    สำหรับผู้ที่ผ่าน Group Test มาได้จะเข้าสู่รอบ Teamwork แต่รอบนี้จะให้แบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5-7 คน เป็นกลุ่มตามชื่อของ Teamwork โดยจะกำหนดงานมาให้ 1 งานแล้วช่วยกันอภิปรายออกมาเป็นภาษาอังกฤษว่าจะทำงานนี้อย่างไร ถึงแม้ว่ารอบนี้จะสอบเป็นกลุ่มก็จริง แต่คะแนนที่ได้ก็อาจะไม่เท่ากันทั้งกลุ่มนะครับ ในส่วนนี้คณะกรรมการฯ จะดูในเรื่องของการพูดคุย การติดต่อสื่อสารภายในกลุ่ม การทำงานเป็นทีม การแสดงออก การแก้ปัญหา ทัศนคติ ภาวการณ์เป็นผู้นำ การสร้างแรงจูงใจ การตัดสินใจภายในกลุ่ม ซึ่งอาจจะได้คะแนนยกกลุ่ม ตกยกกลุ่มหรือได้เพียงบางคนก็เป็นได้ขึ้นอยู่กับว่าคณะกรรมการจะถูกใจการแสดงออกต่างๆในทีมของใคร ดังนั้นแล้วเราต้องแสดงให้เห็นว่า เรามีความเหมาะสมอย่างไรและมีการแก้ปัญหา การทำงานเป็นทีมไดดีแค่ไหน เพื่อให้คณะกรรมการฯถูกใจและให้คะแนนเราผ่านเข้ารอบไปได้

    • Individual Exmination (สอบสัมภาษณ์กับ Professor)

    ผู้สมัครที่ผ่านรอบ Teamwork มาสู่รอบนี้ต้องบอกไว้เลยว่าเส้นทางการก้าวเข้าสู่ Student Pilot การบินไทยของน้องมาไกลกว่า 90%แล้วและการสอบรอบสุดท้ายนี้นับว่าเป็นรอบที่ยากที่สุดเลยก็ว่าได้ โดยในขั้นตอนการสัมภาษณ์จะมีเกมส์ให้เล่นระหว่างการสนทนา Multitasking 2-3 เกมส์ ผสมผสานกับการคิดเลข ความรู้ทั่วไปสอดแทรกกับการพูดคุยกับผู้สัมภาษณ์ในเวลาเดียวกัน เกมส์ในคอมฯ และมีกระดาษคำตอบให้ เกมส์ที่ผู้สมัครจะได้เล่นในระหว่างการสัมภาษณ์ก็แตกต่างกันออกไปแต่ลักษณะของเกมส์จะคล้ายๆกันกัน คือดูไหวพริบในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การตอบคำถาม การควบคุมสติและสมาธิ ความมั่นใจ เป็นต้น

    ยิ่งได้ขึ้นชื่อว่าเป็นรอบที่ยากที่สุดด้วยแล้วนั้น ขอย้ำให้น้องๆทุกคนจำไว้เลยว่าถ้าหากตกสัมภาษณ์รอบนี้จะโดนแบนไปอีก 3 ปี ถึงจะสามารถกลับมา Re-Apply ใหม่ได้แต่ถ้าหากผ่านรอบนี้ไปได้ก็เตรียมรอเวลาเซ็นสัญญาและเรียนบินกันได้เลย

    1. รอบเวชศาสตร์

    มาถึงรอบสุดท้าย ท้ายสุดแล้วสำหรับน้องๆที่ผ่านทั้ง 6 รอบก่อนหน้านี้มาได้อย่างสบายๆ รอบนี้ก็ไม่มีอะไรมากครับเพราะขั้นตอนที่ยากที่สุดเราผ่านมาหมดแล้ว การสอบจะแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ Paper Test และสัมภาษณ์กับนักเวชศาสตร์ หากผ่านรอบนี้ก็เตรียมปากกาเซ็นสัญญาได้เลยครับ

    ที่เล่าให้ฟังมาทั้งหมดกับเส้นทางการก้าวเข้าสู่ SP การบินไทย ระยะเวลานับตั้งแต่วันสมัคร – วันประกาศผลรอบสุดท้าย ใช้เวลาประมาณ 7-8 เดือน อาจจะค่อนข้างนาน แต่นับว่าคุ่มค่าสุดกับความตั้งใจและพยายามนะครับ

    เรียนฟรี มีเงินเดือนใช้ ได้เป็นนักบินสมใจกับสายการบินอันดับหนึ่งของไทย Student Pilot Thai Airway

Leave a Reply